Peenpai _$$_ "Pegasus" _$$_ ป่ายบุ้นจิ้น

คำพิพากษาแต่ละคดี

โหลดไปนะ อันไหนที่เราไม่แน่ใจจะไม่เฉลยนะ
แล้วก็ ข้อ A ที่ให้หาความหมาย เราไม่ได้ทำเฉลยไว้นะ

โชคดีคับ

Attachment: English Key.doc

เลือกคำที่เหมือนกับคำที่ขีดเส้นใต้ในเรื่องนะ

1. The committee would not only promote authentic Thai cuisine, it would also encourage

Thai-owned restaurants to create efficient systems to help cut costs and use proper Thai ingredients

(1) genuine (2) widespread (3) extraordinary (4) aristocratic

พอเห็นคำที่ขีดเส้นใต้เนี่ย วิธีการทำข้อสอบประเภทนี้ของเราก็คือ เราจะดูคำที่ขีดเส้นใต้ แล้วมาดูชอยส์ ถ้าเจอคำที่เหมือนกัน ก็มั่นใจไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ อ่านประโยคคร่าว ๆ ดูว่าโอเคใช่ ก็ตอบเลย จะช่วยย่นระยะเวลา ไม่ต้องอ่านข้อสอบทั้งข้อก็ได้ บางข้อเจอปุ๊บตอบได้ทันทีก็มี
สำหรับข้อนี้นะ ดูที่คำขีดเส้นใต้เลย authentic ถ้าใครเคยผ่าน หรือเคยเจอป้ายร้านอาหาร บางร้านเค้าจะเขียนว่า Authentic Thai Taste แปลว่า รสชาติไทยแท้ authentic ก็แปลว่า แท้ นั่นเอง ของแท้ อะไรพวกนี้ ใช้ได้หมด ทีนี้ ขอแตกศัพท์ใกล้เคียงคำว่าแท้นิดนึงนะ
authentic, bonafide, genuine สามคำนี้ แปลว่า ของแท้ หมดเลย เพราะฉะนั้น ข้อนี้ ต้องตอบ ข้อ 1.) genuine(อ่านว่า เจ/จี-นู-อีน) ถ้านึกคำนี้ไม่ออก ลองไปดูตามพวกเครื่องหนัง เค้าจะเขียนไว้ว่า genuine leather แปลว่า หนังแท้ (แต่ไม่ใช่ ชั้น dermis ของผิวหนังเรานะ 55+)
ทีนี้มาดูชอยส์อื่นกันบ้าง คำว่า widespread แปลว่า แผ่ขยายไปทั่ว wide ก็แปลว่า กว้าง เหมือน widescreen ยังงี้ ส่วน spread ก็แปลว่า แผ่ออกไป เหมือน Sandwich Spread ที่ทาหนมปังน่ะ มันแผ่ ๆ ไปอย่างนั้น พอเห็นภาพ แล้วก็จะจำได้เอง
ส่วนคำว่า extraordinary แปลว่า แปลกประหลาด เหนือชั้น มหัศจรรย์อู้หู ทำนองนี้ เพื่อน ๆ คงเคยได้ยินคำว่า ordinary ที่แปลว่า ธรรมดา สามัญ ถ้าเติม prefix คำว่า extra ลงไป ก็จะแบบ เหนือธรรมดา แบบนี้เป็นต้น

คำว่า aristocratic อันนี้ศัพท์ค่อนข้างยาก มาจาก aristrocrat ที่แปลว่า ปัญญาชน พอมาเป็น aristocratic ก็จะเป็น adj แปลว่า เกี่ยวกับปัญญาชน หรือ แปลว่า ดูหรูหรา ดูไฮโซ ก็พอได้ (สำหรับบริบทนี้นะ) เหมือนอาหารไทยเป็นอาหารสำหรับปัญญาชน ทำนองนั้น

ทีนี้มาดู error identification กันบ้าง

1. I have been lived in the same town all my life and I do not want to move to another one.
         A                                            B                                           C                      D

มาดูข้อนี้กันนะ อ่านไปเลยจะรู้ว่า ข้อนี้คนแต่ง หลายใจแน่ ๆ แบบไม่ต้องคิดมาก จากที่เคยเรียนเรื่อง tense พอคุ้น ๆ มานะ have been ต้องต่อด้วย V.ing ม่ายช่ายเหรอ... แล้วถ้าไม่มี been ก็ต้องเป็น I have lived ถูกปะ เพราะฉะนั้นข้อนี้ มันผิดที่ "ความหลายใจของคนออกข้อสอบ" นั่นเอง
เฉลย ข้อ A
ปล.ทำให้ไม่แดงเด่นขึ้นมาแล้วล่ะ เดี๋ยวเห็นคำตอบตั้งแต่แรก...
ที่มา : Enconcept
-----------------------------------------------------------------------------------
2. Do you know the name of the person who speaks at this moment because I don't 
     A                                                            B                                 C
remember is name?
   D
ข้อนี้ เป็น grammar นิดนึง แต่ก็ไม่ยากนะ จริง ๆ เพราะ ข้อนี้ ต้องดูที่ adverb of time หรือ คำบอกเวลานั่นเอง ลองอ่านดูก่อน จะเห็นคำว่า "at this moment" ซึ่งบอกให้รู้ว่ากำลังเกิดขึ้นขณะที่พูด ดังนั้น คำว่า speaks จึงต้องเปลี่ยนเป็น speaking นะคับผม
ตอบ ข้อ B
ที่มา : Enconcept



งานปฏิทินโรงเรียนครับ เป็นปฏิทินที่อัพเดทพร้อมทุกรายละเอียด
เชิญชมได้ เป็นไฟล์เพาเวอร์พอยต์คร้าบ
Attachment: School’s Interactive Calendar completed.ppt


โหลดได้เลยครับ ปล.งานนี้ พงศศินทร์ (วิง) เป็นคนทำนะ ผมแค่เอามาขึ้นให้ตามคำขอของอาจารย์ครับ

Attachment: แผนผังห้องม.6ทับ5(1).jpg

สั่งตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอมเลยอ่า
นี่ครับ เปนไฟล์ powerpoint
ควรโหลดฟอนต์ข้างล่างนี้ไปด้วยเพื่ออรรถรสในการชม
Attachment: สรุปฟังก์ชัน.ppt
Attachment: 2005_iannnnnGMO.ttf
Attachment: 4815_KwangMD_Catthai.ttf

19 ต.ค. 50
วันที่สาม วันสุดท้ายของค่ายก้าวแรกฯ
วันนี้ ตามตาราง เค้านัด 6 โมง-6 โมงครึ่งลงทะเบียน
เราก็ออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ มาถึงจุฬาฯ ตีห้าสี่สิบห้า (โคตรเช้าเลย) ยังไม่มีใครมา เลยนั่งรออยู่ในรถก่อน
สักพัก เห็นแพนแว้บ ๆ (ตัวมานสูงนี่) เลยลงจากรถ แล้วก็ไปร้านโจ๊กสามย่าน
เห็นเมื่อคืน นัดกันไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่า จะมีคนมาร่วมกินโจ๊กด้วย มีนุ่นกะแอ้ม ที่บอกไว้
พอโทรไปถาม นุ่นยังอยู่บ้าน (หลับรอ อะไรก้อไม่รู้ 55) แล้วบอกว่าอีกสิบห้านาทีถึงคณะ
เรากะแพนก็เดินกันออกไป ถึงสามย่าน แอ้มบอกว่า ร้านโจ๊ก ขายหมดแล้ว ก็งง เพราะร้านโจ๊กที่เรากะแพนไปถึง เค้าบอกเพิ่งเปิด

ถามไปถามมา ปรากฏว่าเป็นโจ๊กคนละร้าน !

ตอนแรกแอ้มก็จะตามมา แต่รู้สึกจะอยู่ไกลเหลือเกิน เพราะแอ้มอยู่คณะวิดยา คนละส่วนเลย นุ่นก็บอกจะตามมา แล้วก็หาร้านไม่เจอ บอกว่าร้านปิดอยู่

สุดท้าย แพนก็เลยนั่งกินโจ๊กไป (เรานั่งดู เพราะกินมาจากบ้านแล้ว) ขากลับ เจอนุ่นกะเพื่อน รออยู่หน้าร้านโจ๊ก ซึ่งปิดอยู่
เลยได้ข้อสรุปว่า โจ๊กสามย่าน มีทั้งหมดสามร้านนั่นเอง...
พอเดินกลับมาที่คณะประมาณ 6 โมงกว่า ๆ เจอพี่โจ๊ก พี่พลอย (2คนเลย) และพี่หมิว
เดินไปลงทะเบียนกัน นุ่นแอบเขียนชื่อ "นิธิกร สิงโตกุล" ในช่องของพี่โนะด้วย...
แล้วก็เดินมาคุยกัน สักพัก แพนมานเอาไพ่มา เลยเริ่มเปิดวงเลย รู้สึกจะเริ่มเล่น killer ก่อนมั้ง
สักพักเค้าเรียกขึ้นรถ ก้อไปนั่งต่อกันในรถ

เราก้อเล่นกันไปเรื่อย จนรถจอดที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ก้อเดินกันลงมา แต่กลุ่มเจ็ดอีกนั่นแหละ ด้วยความบ้ากล้อง ไม่ว่าจะเดินไปไหน ถ่ายรูปตลอด (ถ้าสังเกตจากรูปจะพบว่า มีคนเดิม ๆอยู่หน้าตลอด) เช่น

แพน พอเพียง สองคนนี้จาเห็นกล้องตลอดเวลา 555+
ขึ้นไปชั้น 11 ไปนั่งฟังบรรยายเรื่องตลาดหลักทรัพย์แป๊บนึงเค้าก็แจกใบ มาให้เล่นหุ้น จริง ๆ ก็เหมือนเล่นในวันที่สองนั่นแหละ เพียงแต่วันนี้เล่นเดี่ยวเท่านั้นเอง

เล่นไปเล่นมา สุดท้ายเราได้กำไรมา 40,000 บาท (ดีว่ะ อย่างน้อยก้อไม่ขาดทุน)
พอเสร็จแล้ว ก็มาชมห้องสมุดมารวยต่อ
แล้วก็ขึ้นรถ ตอนนั้นก็เที่ยงแล้ว พี่จุ๊งเดินเข้ามาบอกให้พี่กลุ่มแจกข้าวได้เลย...
กินมาม่าผัด....

ถึงศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ก็ประมาณ บ่ายโมงมั้ง เค้าบอกให้เตร็ดเตร่ได้ชั่วโมงนึง

กลุ่มเจ็ด มาถึงก็หาที่ถ่ายรูปเหมาะ ๆ (จริง ๆ ก็เกือบทุกกลุ่มแหละ แต่กลุ่มอื่นเค้ายังเดินหาความรู้ ทัศนศึกษากันบ้าง 55+)
ถ่ายกันหลายรูปเหมือนกัน ก่อนจะกลับมาขึ้นรถ

ในรถนี่ กลุ่มเรา เล่นแต่ไพ่คิลเลอร์ แบบมีพิธีกร (อธิบายลำบาก อยากรู้ ต้องศึกษาจาก แอ้ม สตรีวิทย์ เหอเหอ)
เออ มีการเปลี่ยนพิธีกรด้วยนะ แล้วพิธีกรคนใหม่ ก้อไม่ค่อยจาเนียนเลย
เอ่อ อยากรู้ ถามเราเปนการส่วนตัวได้ หุหุหุ

มาถึงที่คณะเสดสาด จุฬาฯ ประมาณ 3 โมง

ขึ้นห้องประชุมเลย

ต่อมาก็เป็นการมอบประกาศนียบัตร

มีการประกาศผลโหวตด้วย มีตำแหน่งอะไรบ้าง มาดูกันเลย

1. หนุ่มฮอต อันนี้ ผู้ท้าชิงจากกลุ่มเจ็ด (มีคะแนนโหวตติดอันดับ) -คือ ชวน และชวน ก็ได้รางวัลนี้ด้วย ฮอตจิง ๆ อะ
2. สาวฮอต กลุ่มเจ็ดก็เข้าชิงอีกเช่นกัน คือ พี่โจ๊ก พี่กลุ่มของเรานั่นเอง แต่รางวัลตกเป็นของกลุ่มอื่นไป

3. ไอ้หน้าหม้อ กลุ่มเจ็ดเข้าชิงอีกแล้วคร้าบ คือ ไอ้แพนนั่นเอง เหอเหอ แต่รางวัลก็ตกเป็นของกลุ่มอื่นไป
4. สาวเปรี้ยว กลุ่มเจ็ด อีกแล้ว พี่โจ๊กนั่นไง แต่ก็ตกเป็นของกลุ่มอื่น
5. ตัวฮา กลุ่มเจ็ด มีชวนติดอันดับไป แต่รางวัลก็ตกเป็นของกลุ่มอื่น
ยังกะชิงรางวัลออสการ์ อย่างน้อย ชวนก็ได้แป้งเย็นตรางูมาดับความฮอต...
ประกาศเสร็จ ก็เฉลยรหัสลับ

"น้องพลับขอมาห้านิ้วเก็บกล่องใส่ของมองหน้าทศกัณฐ์ดุไม่เบา" ข้อนี้ ยาก ตอบ 2ยกกำลัง 10
น้องพลับขอ ก็คือ 2
ห้านิ้วเก็บ คือ "กำ"
กล่องใส่ของ คือ "ลัง"

ทศกัณฐ์ คือ "สิบ" ก็คือ 2 กำลัง 10 นั่นเอง
แล้วก็มีรหัสลับที่สมุดค่ายอีกอันนึง "ของมีมากมายแต่ไม่ได้คืน"
เค้าเฉลยว่า 1819
มาจาก ของมีมากมาย ก็คือ 108 1009 (ร้อยแปด พันเก้า) ไม่ได้คืน แสดงว่า "หาย" หายมาจากคำว่า "สูญหาย" หรือก็คือ 0 หาย

ตัดศูนย์ให้หมด จะเหลือ 1819 นั่นเองงง
สุดโหดจิง ๆ อัจฉริยะข้ามค่าย
รายการต่อมา พี่เค้าจะร้อง happy birthday ให้กับคนทีเกิดวันนี้ เรียกออกไป บอกว่ามีเรื่องด่วน

แต่พี่เค้าไม่เนียน เลยหัวเราะกันทั้งห้อง
แล้วพี่พี่ก็เอารูปขำ ๆ ที่ถ่ายตลอดสามวัน มาฉายให้ดู เสร็จแล้ว พี่กลุ่มก้อมาเก็บข้าวของพวกเราใส่ถุงดำ ก่อนจะไปทำกิจกรรมสุดท้าย
เรานั่งรอกันบนห้อง กลุ่มเจ็ดจะทำอะไรได้อีกล่ะ

หาโลเคชั่นถ่ายรูปงัย ห้องไหนไฟสวย ตามไปถ่าย....
พอผ่านไปสักพัก พี่พี่ก็เรียกลงไป เอาผ้าปิดตา แล้วก็พาเดินไปมืด ๆ มีพี่คอยแกล้งอยู่ตามทาง (ไม่ได้แกล้งอะไรมากมาย)

จนถึงลานใต้คณะ มีเสียงเพลงที่พี่ ๆ ช่วยกันร้อง พาพวกเรานั่งลง เป็นแถว

พี่พี่มาจุดเทียน แล้วก็นั่งลงตรงหน้า

เพลงจบ ก้มหัว ให้พี่เค้าแกะผ้าปิดตาออกให้ แล้วก็เป็นพิธีบายศรี ผูกข้อมือน้อง ๆ จากนั้น เราก็เดินไปให้พี่ ๆ กลุ่มผูกข้อมือให้พร้อมทั้งอวยพร
เดินไปรอบ ๆ หาพี่ที่รู้จัก
พอเสร็จแล้ว ก็มานั่งคุยกัน กับพี่กลุ่ม ในวันนี้ หลายกลุ่มพาน้อง ๆ ไปเลี้ยง ส่วนกลุ่มเรา เหนื่อยมากมาย (จากการตระเวนถ่ายรูป)

ขอมีทติ้งเลยดีกว่า
พอจวนจะจบ พี่พี่ก็มาบูม ECON CU ให้
ประทับใจมากมายคับ...

ปิดบล็อกค่ายก้าวแรกเพียงเท่านี้ อยากได้ความรู้สึกคงต้องมาเอง
ถ้าไม่ได้มา คงเสียดายแย่...


วันที่สอง 18 ต.ค. 50
วันนี้พี่ ๆ นัดลงทะเบียนกัน 7.30 น. เราก็ไปตามเวลาเดิม ไปถึงคณะตรงเวลาพอดี แต่ไม่เห็นคึกคักเหมือนเมื่อวาน เข้าไปเจอกลุ่มเราอยู่ไม่กี่คน คือ ชวน กะแพน ตอนแรกเจอชวนก่อน เลยเข้าไปนั่งใกล้ ๆ นั่งคุยสักพัก ก็เริ่มเปิดให้ลงทะเบียน  พอลงทะเบียนเสร็จ ก็เจอพี่กลุ่ม จากนั้น เราก็มานั่งกันเป็นกลุ่ม เป็นแถว ๆ ทุกคนมากันเกือบครบแล้วล่ะ ขาดโนะคนนึง
พี่เชอร์รี่ ให้เล่นเกมเปายิ้งฉุบวิวัฒนาการ  ก็คือ ตอนแรกทุกคนจาเป็น อะมีบา (ก็จะมีท่า อะมีบา) ต่อมา ถ้าฉุบชนะ จะได้เป็น กะจั๊ว (มีท่ากะจั๊ว)  ฉุบชนะอีก จะได้เป็นไก่ ต่อมา จะได้เป็นชะนี สุดท้าย คือ ลีดจุฬาฯ ก็ถือว่าชนะ
ตอนนี้เราจำได้ว่า เป่าไปเป่ามา กลายเป็นไก่ โดนจับออกไปเต้น ท่าไก่ เออ ขอเผาเพื่อนหน่อย
แพนมันเป็นอะมีบา เต้นคู่กะอู๋ ผู้ที่มีท่าเต้นเป็นเอกลักษณ์ ส่วนชวน ก็เป็นไก่เหมือนกาน คนอื่น จำไม่ได้อ่า แต่รู้สึกว่าส่วนใหญ่เป็นลีดจุฬากันหมด พอเสร็จแล้ว เราก็ไปฟังบรรยาย เกี่ยวกับแบงค์ชาติกันที่ห้องประชุมคณะรัฐศาสตร์ต่อ  
ตอนบรรยาย ก้อไม่มีไรมาก แต่โนะ ไม่มาซะทีว่ะ แปลกจัง คิดในใจ แต่พี่กลุ่มรออยู่ใต้คณะคนนึง เดี๋ยวก็คงมา

ก็คุย ๆ กับแพนและชวนไปเรื่อย ๆ สักพัก กลุ่มผู้หญิงกลุ่มเรา ก็เริ่มมองเรา เป็นตาเดียว แย่แล้ว เรานึกในใจ
ตึกตัก ตึกตัก

แอ้มบอกว่า พอเพียงบอกว่า เราหน้าเหมือน ภูริ 555+
เท่านั้นแหละ อาการบ้ายอก็เริ่มกำเริบ จากนั้น ก็ไม่เป็นอันฟังบรรยาย กลุ่มเจ็ด ที่ดูเรียบร้อย ๆ เริ่มแซวกันไปมา

ความเฮฮาบังเกิด

จนจบการบรรยาย ประมาณ 9 โมงกว่า ๆ ต่อไปจะเป็นการเล่นเกมมหภาค ซึ่งก็คือการเล่นหุ้นนั่นเอง เค้าให้พักไปเข้าห้องน้ำ พอกลับมา นั่งสักพัก ก่อนเริ่มเกม โนะ ก็เดินเข้ามา  แต่นแต๊น บอกว่ามาสายเพราะตื่นสาย อืม แล้วโนะก็ไปนั่งข้างปรินซ์ พอเริ่มเล่นหุ้น ตอนแรกกลุ่มเราก็เก็บอาการกันอยู่นั่นแหละ ยังนั่งเป็นที่เป็นทาง โนะก็คุยกะปรินซ์  ปรินซ์ก็ทำการบ้านดาวองก์คอร์สเทอร์โบ ไปพลาง  ขณะที่ชวน ก็กำลังตั้งใจฟังพี่เค้าอธิบาย เกมอย่างขะมักเขม้น
พอเริ่มเล่นหุ้นไปหน่อย แพนกับชวนก็เริ่มลงมือเล่น ในขณะที่พวกเราที่เหลือ ยืนดูกันอยู่ข้างหลัง เพราะเล่นไม่เป็น ค่อย ๆ ดูวิธีการเล่นไปพลาง นาน ๆ ทีค่อยเสนอว่าจะลงหุ้นตัวไหน ตอนนี้เอง ที่กลุ่มเราได้คุยกันมากขึ้น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหัวเราะไปเรื่อย ๆ  ต่อมา กลุ่มเจ็ดเราก็ย้ายสำมะโนครัว ไปอยู่ที่พื้น....
ตรงหลังห้องประชุม แผ่นกระดาษซื้อขายหุ้น ก็ยังเล่นต่อไป อยู่กับแพนและชวน พอส่งใบซื้อขายเสร็จ ก็คุยกันต่อ คุยไม่หยุดจิง ๆ 555+ พอซื้อขายหุ้นเสร็จ ปรากฏว่า กลุ่มเราได้กำไรมา 40000 บาท (มีเงินอยู่เดิม 1 ล้าน) ทีนี้ พี่ ๆ เค้าก็จะเอาเงินที่ได้มาประมูลของ ซึ่งเป็นขนม มีของอยู่ 5-6 ชิ้น ซึ่งทั้ง 12 กลุ่มต้องประมูล บางกลุ่มได้เลย์ ในราคา 1 ล้าน 1 แสน กลุ่มเรา ซึ่งมีเงินน้อยกว่า พอจะประมูลก็โดนกลุ่มเงินหนากว่า ชิงไปได้ทุกทีสิน่า
นี่แหละ
ทุนนิยม 555+
หมดเกมนี้ ก็หมดช่วงเช้า เราก็ไปกินข้าวกันที่ใต้คณะเสดสาด วันนี้ เรากะแพนกินมาม่าผัด ชวน นุ่น ปรินซ์ กินเจ (มีใครกินเจอีกเราอาจจาลืม) พอกินข้าวเสร็จ ก้อรีบขึ้นไปฟังบรรยาย เรื่องเสดสาดในชีวิตประจำวัน อันนี้ก็สนุกดี เห็นได้ว่าเสดสาดเกี่ยวข้อง และเอามาสัมพันธ์ได้กับทุกเรื่องในชีวิตจริง ๆ
ต่อมา เป็นเกมเสดสาดจุลภาค
อันนี้ เราต้องซื้อขายสินค้าในภาคเกษตร ซึ่งจะแบ่งเป็น
period อธิบายอาจงงได้ เอาเป็นว่า ซื้อขายของ ตามกลไกตลาดละกัน คราวนี้กลุ่มเราไม่นั่งที่โต๊ะแล้ว ลงมานั่งพื้นตั้งแต่ตอนแรก ๆ เลย และเริ่มคุย ต่อมา ผ่านไปซักพัก วิ หรือเพียงหรือแอ้มนี่แหละ เริ่มเอากล้องออกมา แล้วบอกว่าจะถ่ายรูป ทีนี้ ไม่หยุดเลย ถ่ายกันเรื่อย ๆ
มีผู้กำกับด้วย เหมือน
u-smile หรือ studio ถ่ายรูปเลย บอกบทกันเต็มที่ เพิ่งเห็นว่ากลุ่มเจ็ดนี่ บ้ากล้องกันแทบทุกคน พี่กลุ่ม คงเอือมระอาน่าดู 555+
เสร็จแล้ว ก็คุยกันต่ออีก เฮฮามาก เหมือนไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลย (จิง ๆ แล้วมีนะ)
เอ้อ ลืมบอกไป ปริศนาคำใบ้เมื่อวาน ชวนไขออกแล้ว

รหัสคือ 4040 จาก ภราดรได้ต่อสองแต้ม ต่อสองแต้มในทางเทนนิสคือเล่นต่ออีกสองแต้ม ก็คือ การ deuce นั่นเอง เพราะฉะนั้น แต้มที่ deuce ก็คือ 40-40 กลุ่มเราได้คะแนนเพิ่มอีก 25 คะแนน
พอเล่นเกมจุลภาคเสร็จ ก็ลงมาที่ใต้คณะ กินของว่าง แล้วเดี๋ยวจะมีการประกาศคะแนนกลุ่ม
.....
กลุ่มเรา ติดหนึ่งในสิบด้วยแหละ
(คือ มีทั้งหมด 12 กลุ่ม กลุ่มเราได้ที่ 9 หรือ 10 นี่แหละ 55+)

โอ้โห
พอพวกเรากำลังจะกลับบ้านกันนั่นเอง
พี่เค้าก็บอกว่ามีอีกเรื่องจะประกาศ

น้อง ๆ รู้หรือไม่ว่า ตลอดสองวันมานี้ มีคนใส่ชุดนักเรียน มาลงทะเบียน อยู่ร่วมกับน้องมา จริง ๆ อายุเค้า จะขึ้นปีสองอยู่แล้ว มีพี่เนียน แฝงมาในค่ายนี้ อยู่สองคนครับ หญิงหนึ่ง ชายหนึ่ง
เอาล่ะสิ ตื่นเต้นว่ะ ใครจะเป็นพี่เนียนวะ

คงไม่ได้อยู่ในกลุ่มเราหรอก (คิดในใจ)

เริ่มมองกันไปมองกันมา

ในกลุ่มเราก็เริ่มมองกันเองด้วย มีคนเริ่มชี้มาที่ แพน
เราก็นึกว่า
เออ เป็นไปได้เว้ย แพนรึเปล่าวะ
ตึกตึก

ตึกตึก...

แต่แพนมันคุยกะเพื่อนที่เตรียมฯ ตั้งหลายคน เอ หรือว่าเป็นโนะ เราคิดในใจ

ในที่สุด ก็เฉลยออกมา

พี่เนียนผู้ชาย ลุกขึ้นมาเลยคร้าบบบ พี่พิธีกรพูดขึ้น

แล้วววววว
แล้ววววว

แล้วววว

โนะ ของพวกเรา ก็ลุกขึ้น ภาพตอนนั้นยังติดตาเราอยู่เลยครับ
มันช็อคมาก ใครไม่ได้อยู่ในกลุ่มเราคงยากที่จะรู้สึกเช่นนั้นได้

อึ้งกันทั้งกลุ่ม

ไม่มีใครพูดอะไรเลย ทำอะไรไม่ถูก

แพน ที่ดูเฮฮา และกอดคอเล่นหัวกะโนะมา ก็ได้เป็นตัวแทนกลุ่มออกไปกล่าวอะไรเล็กน้อย

คนอื่น ๆ รวมถึงเรา ยังงง ๆ และอึ้งในความเนียนของพี่เค้ามาก

ด้วยความที่กลุ่มเราเฮฮา และสนุกสนานกันมาก ทุกคนเลยสนิทกัน พอสนิทกันมาก ใครจะไปคิดว่าเพื่อน ใส่แว่น ที่ชื่อ โนะ อยู่ดีดีจะกลายเป็นรุ่นพี่ ในชั่วพริบตา

พอพี่โนะกลับมานั่งที่กลุ่ม

พี่เค้าก็บอกว่า พี่เค้าอยู่ EBA หรือ เสดสาดอินเตอร์นั่นเอง

บอกตรง ๆ ว่าตอนนั้น รู้สึกเคืองๆ  พี่โนะอยู่ หลาย ๆ คนก็รู้สึกแบบนี้ โดยเฉพาะนุ่น ที่ดูเคืองมากทีเดียว

เรากลับบ้านกัน ด้วยความรู้สึกช๊อคอย่างรุนแรง

หลังจากร่ำลาพี่โนะกันแล้ว  เราก็กลับบ้านกัน  พี่โนะบอกว่า พรุ่งนี้ ไปเที่ยวด้วย
ตอนแรก ที่พี่โนะบอกกับพวกเราว่าจะไม่ไป (ตอนที่ยังอ้างว่าอยู่ ม.6) เพราะติดธุระที่นครปฐม พี่เค้ามาเฉลยว่า จริง ๆติดเรียน แต่ก็จะโดดไปเที่ยวกะน้อง ๆ
ระหว่างทาง ในรถป๊อป จากจุฬา มาสยาม เรา แพน และแอ้ม ก็คุยกัน ถึงเรื่องที่ผ่าน ๆ มา

กิจกรรมที่พวกเราทำมาด้วยกัน

มันอึ้งว่ะ
คงปิดท้ายวันนี้ เพียงเท่านี้
ตอนหน้า วันสุดท้ายละ

เขียนบล็อกไปพลาง ก่อน ไว้วันหลังมาอ่านจะได้จำได้ ว่าเคยเกิดอะไรขึ้นที่ตึกเล็ก ของคณะเสดสาดจุฬาฯ ไปบ้าง
...
..
.
เราได้รับใบสมัครค่ายจากอินเตอร์เน็ต และตอนที่รู้เรื่อง ก็ใกล้วันปิดรับสมัครแล้ว เลยรีบเขียน แล้วส่งมา
บอร์ดค่าย (อันเก่า) ดูร้าง ชอบกล เลยไม่ค่อยได้มาเปิดดูชื่อว่าใครติดบ้าง วันนึงตอนกลางวัน ก็มีโทรศัพท์จากพี่ที่จุฬาฯ โทรไปถามให้ยืนยันสิทธิ์ ก็ยืนยันเลย นึกว่าจะไม่ติดซะแล้ว เห็นเงียบ ไป
...
ต่อมา วันที่ 17 .. 50
วันเปิดค่าย
ตื่นเต้นว่ะ วันนี้ รีบไปถึงสยามแต่เช้า แล้วเดินมาที่จุฬาฯ ตามเวลาเป๊ะ ลงทะเบียน จ่ายตังค์ แล้วก็ไม่มีอะไรทำ เดินมาดูชื่อที่แปะ ว่ามีใครบ้าง
เราอยู่กลุ่ม 7 ก็มีชื่อดังนี้
แอ้ม ชวน แพน พอเพียง หมิง ปรินซ์ โนะ วิ นุ่น และก็เราเอง ปีนป่าย นี่คือชื่อตามในหนังสือค่ายเลย ก็มาไล่ดู โห มีเตรียมฯ อยู่สองคน มีเซนต์คาเบรียล มีราชินี อำนวยศิลป์ ท่าทางเทพ ก็กังวลนิด ว่าจะออกมาเป็นยังไง นั่ง สักพัก ก็เริ่มมีคนมาเยอะขึ้นเรื่อย พี่พี่เริ่มเอาป้ายกลุ่มมาติดตามโต๊ะ อ้าว เห็นโต๊ะกลุ่มเจ็ดแล้ว ก็เดินไปนั่ง เห็น เด็กเซนต์คาเบรียลนั่งอยู่ก่อนแล้ว เลยเข้าไปถามชื่อ พบว่า ชื่อ "ชวน" สักพัก เจอ "ซัน" สมาชิกกลุ่มเก้า ที่มานั่งผิดกลุ่มหาเพื่อนนี่เอง เจอ "แพน" จากเตรียม ฯ และ ถัดมา ไม่นาน นักเรียนผมยาวคนนึงก็เดินเข้ามา ใส่แว่น กางเกงสีเทา นึกในใจ "แปลกดีว่ะ กางเกงสีเทา" ท่าทางเป็นมิตรน่าดู เข้ามานั่งที่กลุ่ม สมาชิกผู้ชายกลุ่มเจ็ดนี่มาเร็วแฮะ ผู้หญิงยังไม่มาซักคน ถามชื่อ เค้าบอกว่าชื่อ "โนะ" จากอำนวยศิลป์ โอเค โนะ เริ่มเห็นพี่กลุ่มเดินเข้ามา ทักทาย
พี่โจ๊ก สาวเปรี้ยว ดูทอม ๆ นิด ๆ ตอนแรก
พี่พลอย ผมสั้น ดูหวานพิลึก
พี่พลอย ดัดผมทอง ดูแจ่มใสดี
พอพี่พี่เข้ามาทักแล้ว รู้สึกจะเป็น "โนะ" หรือ "แพน" นี่แหละ ชวนไปกินข้าว เราก็ไปด้วย ไปนั่งคุยนั่นแหละ อยู่ที่โต๊ะก็ไม่มีอะไรทำ ไปที่หลังคณะเสดสาด ผ่านลานบอลไป เจอตึกใหญ่ ๆ รู้สึกจะชื่อ "มหิตลาธิเบศร์" ใช่แล้ว เป็นตึกที่เรามาสอบ
CU-AAT นั่นเอง มีโรงอาหารอยู่ใต้ตึก ก็ไปนั่งคุย
โนะ ท่าทางอัธยาศัยดีน่าดู เราไม่ได้กินข้าว เลยนั่งเมมเบอร์ มือถือของสมาชิกเพื่อน ๆ ภายในกลุ่ม คุยกันไปมา แล้วเดินกลับมาที่โต๊ะกลุ่มเหมือนเดิม เจอกลุ่มผู้หญิงแล้ว ชื่ออะไรกันบ้าง "แอ้ม" จากสตรีวิทย์ "หมิง" จากเตรียมฯ "พอเพียง" และ "วิ" จากราชินี มีผู้ชายมาอีกคนนึงด้วย เค้าชื่อ "ปรินซ์" จากอัสสัมชัญ ทีนี้ก้อเหลือผู้หญิงอีกคนที่ยังไม่มา นั่นก็คือ "นุ่น" จากอัสสัมชัญคอนแวนต์
พี่กลุ่มแจกป้ายชื่อ สีเหลือง แล้วก็พาเดินเป็นแถว ไปที่ตึกคณะรัฐศาสตร์ เข้าห้องประชุมที่เราจะใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดสามวัน

คณบดีกล่าวเปิด
พักเข้าห้องน้ำ
ที่คุยด้วยบ่อย ๆ ตอนนั้นคงเป็นแพนกับโนะ โนะดูโคตรเจ๋งอะ ดูสุภาพบุรุษ แล้วก็ไปได้กับทุกคน
ต่อมา เป็นการบรรยายจากอาจารย์ศรีวงศ์ บรรยายเสร็จ เราก็กลับมาที่ใต้ตึกเพื่อกินข้าวกลางวัน เห็นหน้าตาของ "นุ่น" แล้ว ตัวสูงจัง เป็นผู้หญิงที่ตัวสูงมาก เห็นนั่งคุยกับโนะ และพี่โจ๊กอยู่อีกฝั่ง (ตอนนี้เรานั่งกันเป็นวงที่พื้นแล้ว) เราก็นั่งคุยอยู่กับชวนและแพน ข้าวมื้อแรกที่ค่าย เป็น ผัดซีอิ๊ว ส่วนแพน จำได้เลยว่า มันกินหมดแล้วอยากกินอย่างอื่น นั่งเถียงกับพี่โจ๊กอยู่นาน จนได้ไปซื้อข้าวมันไก่ทอดมากิน ส่วนนุ่นกับโนะ ก็กำลังคุยกันอย่างมีอรรถรส คนอื่น ๆ ดูเงียบ ๆ ไป
ตอนบ่าย เป็นกิจกรรมฐาน
ฐานแรก ที่กลุ่มเราได้เข้า คือ ฐานถุงดำ ในฐานนี้ ให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมายกถุงดำ มีทั้งหมด 10 ถุง ดูว่าถุงไหนหนักสุด ออกมาได้ทีละคน ยกได้แค่อันเดียว ไล่ไป ต้องตัดสินใจเลือกเลยว่า อันไหนน่าจะหนักสุด ย้อนกลับมาเลือกอันเก่าไม่ได้ กลุ่มเราเลือกถุงที่ 4 แต่ก็แพ้ เพราะมันไม่หนักสุด ที่หนักที่สุดคือถุงที่ 8 ตอนนั้นกลุ่มเราก็เริ่มคุยกันมากขึ้น กลุ่มที่ชนะในฐานนี้ จะได้คำใบ้ไปไขปริศนา ให้เป็นเลข 4 ตัว เหมือนเกมอัจฉริยะ สำหรับในฐานนี้ ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของค่าเสียโอกาส ที่เมื่อเราเลือกอะไรไปแล้ว เราจะเสียโอกาสที่จะเลือกอีกทางหนึ่ง

ฐานที่สอง คือฐานผจญแป้งมัน คือพี่เขาจะซ่อนแป้งมันไว้ในจานที่เต็มไปด้วยแป้ง เราก็ต้องแบ่งทีมกัน ในกลุ่มนึงมี 10 คน ออก สาม รอบ รอบแรก ออก 1 คน รอบสอง ออกสามคน รอบสุดท้าย ออกทีเดียว 6 คน ชวน ออกรอบแรก ส่วนเรา โนะ และปรินซ์ออกด้วยกันรอบที่สอง (รอบสามคน) ส่วนที่เหลือก็ออกรอบสุดท้าย ปรากฏว่ากลุ่มเราชนะ
ได้คำใบ้มาให้คิด "ภราดรได้ต่อสองแต้ม" มานั่งคิดกันต่อ

ฐานที่สาม คือฐานที่ต้องใช้ทรัพยากรให้เป็นประโยชน์ที่สุด นั่นก็คือ ตอนแรก พี่เค้าจะพันมือพวกเราไว้ด้วยกัน ไขว้ไปไขว้มา ให้แก้ปมให้ออก จากนั้น ก็เดินบนกระดาษหนังสือพิมพ์ ให้ต่อกันเป็นทางยาว ไปให้ถึงถังน้ำ พี่กลุ่มก็ช่วยอย่างทุลักทุเล พอไปถึงถังน้ำ เราก็ต้องเลือกอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเอาน้ำไปกรอกในขวด พลาสติกอีกฝั่งหนึ่ง กลุ่มเราเลือกช้อนกับผ้าขนหนู ซึ่ง ทำให้พวกเราไม่ชนะนั่นเอง 555+

ฐานสุดท้าย คือฐานที่มีป้ายจราจร หลากรูปมาให้ ต้องแต่งเรื่อง ผูกเรื่องจาก ป้ายเหล่านั้น แต่ก่อนจะได้เลือก ต้องเล่นเกมส่งหนังยาง โดยใช้หลอดที่ปากคาบอยู่ ไปให้ถึงคนสุดท้าย มันส์มาก เพราะกลุ่มเรา ได้ที่โหล่ 555+ ไม่ได้เลือกป้ายก่อน แต่ในที่สุดแล้ว ด้วยความสามารถ หรืออะไรดลใจ พี่เค้าให้กลุ่มเราชนะ และได้คำใบ้มา อันนี้ยากมาก "น้องพลับขอมาห้านิ้วเก็บกล่องใส่ของมองหน้าทศกัณฐ์ดุไม่เบา"

ต่อมาก็เป็นกิจกรรมนันทนาการ อันนี้ตลกดี เค้าให้เรามายืนล้อมวงกัน น้องค่ายอยู่วงนอก พี่กลุ่มและพี่ฐานอยู่วงใน จับมือกัน จะมีห่วงฮูล่าฮูป 4 ห่วง ต้องส่งต่อกัน ห้ามใช้มือ พอเพลงหยุด อยู่ที่ใครก็โดนออกมาทำโทษ เช่น เต้นโรตีบ้างล่ะ ไก่ย่างบ้าง เฮฮาดี ต่อมา ก็เป็นการแจวเรือ "แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว" แล้วก็ไล่เรียกให้แต่ละกลุ่มมาแจว เช่น "พายเรือไปเกาะเสม็ด ขอเชิญกลุ่มเจ็ดลุกขึ้นมาแจว เอ้า..." ไม่ก็ "พายเรือไปแล้วเจอตอ ขอเชิญคนหล่อลุกขึ้นมาแจว..." ชอบว่ะ
พอแจวกันเสร็จแล้ว ก็มาต่อกันที่

"ดัน มะดันดี ตีสามตีสี่ปลุกพี่ขึ้นมาดัน น้องง....จะดันท่าไหน?" "ท่าไหนก็ได้ข้อให้ได้ดัน.... เอ้า..."
กลุ่มเจ็ดเราก็โดนคนนึงเหมือนกัน นั่นคือ
"ดันมะดันดี ตีสามตีสี่ปลุกพี่ขึ้นมาดัน น้องโนะ จะดันท่าไหน" "ท่าไหนก็ได้ ขอนาน ๆ ก็แล้วกานนน"
พอเสร็จกิจกรรมเหล่านี้แล้ว ก็ถ่ายรูป กลุ่มที่ป้ายคณะ แล้วมาถ่ายรวมทั้งค่ายที่ลานบอล หลังคณะ
ก็จบกิจกรรมวันที่ ๑ แต่เพียงเท่านี้
วันที่สองและที่สาม สนุกกว่านี้แน่ จะเอามาลง เร็ว ๆ นี้


ก็ สำหรับคนที่กำลังจะสอบสมาร์ท I วันอาทิตย์นี้
เราก็ไม่ได้เก่งอะไรอะนะ แต่ก็อยากจะบอกวิธีทำข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษซักนิด เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้างอะนะ

เริ่มเลยละกัน
ส่วน error

อะนะ เท่าที่ดู เราก็ไม่สามารถจะบอกได้เลยว่า ออกตรงไหนบ้าง เพราะแกรมมาร์ มันคลุมหมด
ที่ออกบ่อย ๆ ก็น่าจะเป็น parallel ซึ่ง มักจะคู่กัน part of speech จะเหมือนกัน เช่น
I go out to shop and hang out with friends. ข้อนี้ จะเห็นว่า หน้า and และหลัง and เป็น Verb Infinitive ทั้งคู่ อะไรทำนองนี้ ถ้าเป็น adjective ที่เติม -ed ก็ต้องเติมทั้งหน้าและหลัง ถ้าเป็น adjective ที่เติม -ing ก็ต้องเติม ทั้งหน้าและหลัง
อีกแบบนึงที่เราเจอบ่อย คือ ข้างหน้า ประโยค จะเป็นกลุ่มวลี ที่เป็นคำนาม และเป็นประธาน แบบโคตรยาวอะ แล้วจะมีเวิร์บแท้ ให้ดูว่าใช้ถูกหรือผิด อันนี้ก็ต้องดูดีดีว่าคำนามที่เป็นวลีนั่นน่ะ เป็นเอกพจน์ หรือ พหูพจน์ ถูกกระทำ หรือ กระทำเอง ถ้าถูกกระทำ =passive ถ้ากระทำเองก็ใช้เป็น active voice นะ
ต่อมา ก็พวกที่เป็น the most, more.... than พวกนี้ จำไว้ว่า the ต้องเปรียบเทียบขั้นสุด เท่านั้น
เรานึกได้แค่นี้อะนะ เดี๋ยวมีเพิ่ม จะอัพให้อีกนะ

ส่วนเติมคำ
อันนี้ จริง ๆ เราไม่ค่อยถนัดหรอก เพราะบางข้อเติมได้ตั้งหลายตัว แต่ ส่วนนี้ดูแกรมมาร์ให้แม่น ๆ นิดนึง ดูว่าส่วนที่เว้นไว้ให้เติมน่ะ คืออะไร ควรเติม Verb, Noun, หรือส่วนขยาย

ส่วนขีดเส้นใต้ แล้วหาคำเหมือนจากชอยส์
อันนี้เป็นเรื่องของ Vocab นะ เค้าก็จะเน้นพวก synonyms คือคำเหมือนนั่นเอง คำที่ขีดเส้นใต้ในโจทย์จะเป็นคำยาก ให้หาคำง่าย ๆ ในชอยส์มาแทน อะไรทำนองนี้ แนะวิธีก็คือ เวลาเปิดดิค อะนะ ลองเหลือบดูคำเหมือนซักนิด ช่วยได้เยอะมากเลยในส่วนนี้อะนะ

ส่วนเว้นช่อง ให้เติมศัพท์
ส่วนนี้ถ้ารู้ศัพท์ และความแตกต่างของแต่ละตัวจากชอยส์ จะง่ายไปเลย
แต่ถ้าไม่รู้นี่ ต้องพยายามหน่อย เพราะแต่ละชอยส์ ความหมายค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก จะผิดได้ง่าย ๆ

ในส่วน reading
ที่เราทำ เรามักจะอ่านเนื้อเรื่องให้เข้าใจคร่าว ๆ ก่อน แล้วดูคำถามทีหลัง เผื่อข้อไหน รู้มาจากการอ่านครั้งแรกจะได้ไม่เสียเวลา ถ้าอ่านคำถามก่อน แล้วมาหาในเรื่อง บางทีจะหายากมาก แล้วต้องไล่อ่านแต่ต้น ให้รู้เรื่องอีก เสียเวลาด้วยแหละ

หมดละ ในส่วนของภาษาอังกฤษ ยังไงก็โชคดีทุก ๆ คนนะครับ

ในส่วนของความรู้รอบตัว
เรามีความรู้รอบตัวใหม่ ๆ (อาจจะใหม่เกินไปแต่ก็น่าจะออกนะ)
-นายกฯญี่ปุ่นคนปัจจุบัน (หลังจาก ชินโซ อาเบะ) คือใคร
ตอบ นายฟูคูตะ
-นายกฯ ชินโซ อาเบะ ลาออกทำไม
ตอบ เรื่องอื้อฉาวภายในพรรค
-ใครที่อ้างว่าโดนจับแก้ผ้า
ตอบ เนวิน ชิดชอบ
-อดีตนายกฯ ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร โดนฟ้องเป็นจำเลย ในคดีอะไร
ตอบ ที่ดินที่รัชดา
-เหตุการณ์ความรุนแรงที่พม่า เกิดขึ้น จริง ๆ แล้วจากสาเหตุอะไร
ตอบ น้ำมันขึ้นราคา สองเท่าตัว
-เมื่อเร็ว ๆ นี้ สายการบินวันทูโก ประสบอุบัติเหตุ ที่จังหวัดอะไร
ตอบ ภูเก็ต
-รัฐมนตรีสามท่านที่ลาออกไป ด้วยเหตุผลอะไร
ตอบ ถือหุ้นในบริษัท เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ (ขอบคุณอาร์ตคับ) แล้วละอายใจ (จริง ๆ ไม่ผิดกฏหมาย)
-ประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติล่าสุด คือประเทศอะไร ลำดับที่เท่าไหร่
ตอบ มอนเตเนโกร ลำดับที่ 192
-ยี่ห้อรถที่โดนศุลกากรทับ คือรถยี่ห้ออะไร
ตอบ
เฟอร์รารี (บางคนแอบเสียดายแน่เลย55+)
คำถามที่เราคิดว่าน่าจะออก แต่เราไม่รู้คำตอบก็มีนะ เช่น
-FTA (Free Trade Area) เนี่ย ประเทศไทยทำกับประเทศอะไรไปล่าสุด
-NPL (Non-profit loan) หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เป็นยังไง
-ตราประจำจังหวัดกรุงเทพ (เคยออกแล้ว) พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ
-ตราประจำจังหวัดลำปาง- เป็นรูปไก่หน้าประตูเมืองนะ


ไว้แค่นี้ก่อนนะ นึกได้มาอัพใหม่
-----------------โชคดีในการสอบทุกคนนะ เอาให้ได้คะแนนสูง ๆ เลย--------------------------------------


Blog EntryEnglish Today (20/9/50)Sep 20, '07 8:50 AM
for everyone

วันนี้ขอเริ่มด้วยตัวอย่างข้อสอบ SMART-I กันก่อนนะ

ให้เลือกคำที่เหมือนกับคำที่ขีดเส้นใต้ในเรื่องนะ

1. The committee would not only promote authentic Thai cuisine, it would also encourage

Thai-owned restaurants to create efficient systems to help cut costs and use proper Thai ingredients

(1) genuine (2) widespread (3) extraordinary (4) aristocratic

พอเห็นคำที่ขีดเส้นใต้เนี่ย วิธีการทำข้อสอบประเภทนี้ของเราก็คือ เราจะดูคำที่ขีดเส้นใต้ แล้วมาดูชอยส์ ถ้าเจอคำที่เหมือนกัน ก็มั่นใจไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ อ่านประโยคคร่าว ๆ ดูว่าโอเคใช่ ก็ตอบเลย จะช่วยย่นระยะเวลา ไม่ต้องอ่านข้อสอบทั้งข้อก็ได้ บางข้อเจอปุ๊บตอบได้ทันทีก็มี
สำหรับข้อนี้นะ ดูที่คำขีดเส้นใต้เลย authentic ถ้าใครเคยผ่าน หรือเคยเจอป้ายร้านอาหาร บางร้านเค้าจะเขียนว่า Authentic Thai Taste แปลว่า รสชาติไทยแท้ authentic ก็แปลว่า แท้ นั่นเอง ของแท้ อะไรพวกนี้ ใช้ได้หมด ทีนี้ ขอแตกศัพท์ใกล้เคียงคำว่าแท้นิดนึงนะ
authentic, bonafide, genuine สามคำนี้ แปลว่า ของแท้ หมดเลย เพราะฉะนั้น ข้อนี้ ต้องตอบ ข้อ 1.) genuine(อ่านว่า เจ/จี-นู-อีน) ถ้านึกคำนี้ไม่ออก ลองไปดูตามพวกเครื่องหนัง เค้าจะเขียนไว้ว่า genuine leather แปลว่า หนังแท้ (แต่ไม่ใช่ ชั้น dermis ของผิวหนังเรานะ 55+)
ทีนี้มาดูชอยส์อื่นกันบ้าง คำว่า widespread แปลว่า แผ่ขยายไปทั่ว wide ก็แปลว่า กว้าง เหมือน widescreen ยังงี้ ส่วน spread ก็แปลว่า แผ่ออกไป เหมือน Sandwich Spread ที่ทาหนมปังน่ะ มันแผ่ ๆ ไปอย่างนั้น พอเห็นภาพ แล้วก็จะจำได้เอง
ส่วนคำว่า extraordinary แปลว่า แปลกประหลาด เหนือชั้น มหัศจรรย์อู้หู ทำนองนี้ เพื่อน ๆ คงเคยได้ยินคำว่า ordinary ที่แปลว่า ธรรมดา สามัญ ถ้าเติม prefix คำว่า extra ลงไป ก็จะแบบ เหนือธรรมดา แบบนี้เป็นต้น

คำว่า aristocratic อันนี้ศัพท์ค่อนข้างยาก มาจาก aristrocrat ที่แปลว่า ปัญญาชน พอมาเป็น aristocratic ก็จะเป็น adj แปลว่า เกี่ยวกับปัญญาชน หรือ แปลว่า ดูหรูหรา ดูไฮโซ ก็พอได้ (สำหรับบริบทนี้นะ) เหมือนอาหารไทยเป็นอาหารสำหรับปัญญาชน ทำนองนั้น

บล็อกนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนละกัน เดี๋ยวจะมาอัพข้อสอบอีก ใกล้สอบสมาร์ทกันอีกรอบแล้ว สู้ ๆ คร้าบ...


มีทั้งหมด 2 แบบให้เลือกนะครับ คือแบบ .pdf กับ แบบ .jpeg
Attachment: Mind Mapping ความน่าจะเป็น .jpg
Attachment: Mind Mapping ความน่าจะเป็น copy.pdf

Blog Entrymind mapping เรื่องสถิติAug 30, '07 9:42 AM
for everyone
ใช้ Adobe Illustrator ทำครับ อยู่ในไฟล์ .pdf ครับ ถ้าเปิดไม่ได้ ให้เลือกที่เป็นไฟล์รูปภาพ .jpg ครับ

Attachment: Mind Mapping สถิติ.pdf
Attachment: Mind Mapping สถิติ.jpg

เอาสไลด์ย้ายมาลงนี่ละกัน
เดี๋ยวจะเอาประวัติท่านเปามาลงดีกว่า... 555+

http://www.slide.com/r/RTbx4YgG7j_LcJzDJK-mAQsa9RRcpStm?previous_view=lt_embedded_url


Blog EntryEnglish Today (24/8/50)Aug 24, '07 8:54 AM
for everyone

วันนี้ เริ่มด้วย error กันเลยนะ
1.Inflation is the result , not the because of increasing prices.
    A                    B                     C              D
ข้อนี้นะ ไม่ยากเท่าไหร่ ลองดูที่คำว่า because สิ คำว่า because นั้น เป็น connector หรือตัวเชื่อม ลองแปลประโยคดู "เงินเฟ้อ เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ใช่สาเหตุของการขึ้นราคาสินค้า" คำว่าสาเหตุนั้น ต้องใช้ cause ไม่ใช่เหรอ เพราะฉะนั้น ข้อ C จึงผิด
-----------------------------------------------------
2.The common toad molts or sheds its outer skin times several a year.
                        A                      B                             C             D
ข้อนี้ เค้าทดสอบที่การเรียงคำนะ เอ้า ใช้เซนส์เลยก็ได้ ลองคิดถึงคำว่า one time, two times, many times คำที่บอกปริมาณ หรือ quantifiers นั้น ต้องอยู่หน้าคำนามนะ ถ้าเทียบกับหลักภาษาไทยแล้ว คำบอกปริมาณ ก็เป็นคำวิเศษณ์ ชนิดหนึ่ง ก็คือคำขยายนั่นเอง คำขยายในภาษาอังกฤษ ส่วนใหญ่วางไว้ข้างหน้าคำนามอยู่แล้ว ข้อนี้ จึงต้องแก้ C เป็น "several times" ถึงจะถูกคร้าบ...
------------------------------------------------------
3.Normally, insulin is produced by the body when the level of glucose rises and goes up in the
       A                       B                                           C                              D
bloodstream.
ข้อนี้ อาจจะดูยากหน่อยนึง ถ้าอ่านเผิน ๆ รับรองไม่มีผิดที่ grammar แน่ ๆ แต่ข้อนี้ เค้าทดสอบการใช้คำฟุ่มเฟือย คือเหมือนใช้คำนึงแล้ว ยังมีหน้ามาใช้อีกคำที่มีความหมายเหมือนกันซ้ำ จะใช้ทำไม อะไรประมาณนั้น ลองอ่านดูนะ จะมาเจอที่คำว่า rises and goes up ถามว่า rises ก็แปลว่า สูงขึ้น หรือ มีระดับสูงขึ้น ส่วน goes up ก็ความหมายเดียวกันนั่นแหละ จะใช้ซ้ำกันทำไม สองคำ จริงมั้ย ข้อนี้ จึงตอบ D คับ
----------------------------------------------------
มาดู situational dialogues กันบ้าง
Your sister tells you the same joke for the third time. You say to your father, "...."
1. Too good to be true
2. Three's a crowd.
3. Here we go again.
4. One day at a time.
ข้อนี้ แปลโจทย์ ก็คือ พี่สาว หรือน้องสาวเนี่ย เล่นมุกเก่า ๆ เป็นครั้งที่สามแล้ว คุณพูดกับพ่อว่า "..."
ข้อนี้เค้าดูการใช้สำนวน เวลามีอะไรซ้ำ ๆ หรือน่าเบื่อ ๆ เช่น คนน่าเบื่อเข้ามาเล่าเรื่องที่ฟังไม่รู้เรื่อง เราก็ใช้สำนวนนี้เหมือนกัน สำนวนนี้ก็คือ "Here we go again" เหมือนกับว่า "เอาอีกแล้ว..." ประมาณนี้นั่นเอง
ข้อนี้ ตอบ 3. ครับ
---------------------------------------------------
วันนี้เอาเท่านี้ละกันนะคับ...


Blog EntryEnglish Today (19/8/50)Aug 19, '07 5:29 AM
for everyone

วันนี้เป็นวันลงประชามติ
ลองเอาศัพท์เกี่ยวกับประชามติมาให้ดูกันนะ
คำแรกเลย Referendum แปลว่า การลงประชามติ ในเรื่องที่เกี่ยวกับการรับรองกฏหมายหรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ส่วนคำว่า กกต. นั้น ในภาษาอังกฤษ จะใช้ว่า Elections Committee
คำว่า elect= เลือก elections จึงแปลว่าการเลือกตั้ง
committee แปลว่า คณะกรรมการ

รัฐธรรมนูญ ภาษาอังกฤษ คือ Constitution
ถ้าคำว่า ร่างรัฐธรรมนูญ จะใช้ว่า Constitution Draft นั่นเอง

--------------มาดูโจทย์ error กันสัก สองข้อนะวันนี้------------
1. Many Jazz enthusiasts rate Charlie "Bird" Parker, the alto saxophonist, as the greater 
  improviser of all jazz musicians

ข้อนี้ ลองอ่านดูนะ จะเห็นว่า มันผิดปกติตรงคำว่า greater เพราะ greater  เอ้อ ๆ ทั้งหลาย เป็นการเปรียบเทียบขั้นกว่า ต้องมีคำว่า than ตามหลังมาตรงไหนซักที่นึง แต่นี่ไม่มีเลย แสดงว่าโจทย์จงใจให้เป็นการเปรียบเทียบขั้นสุด คือ greatest ดังนั้น ตอบ greater
----------------------------------------------------------------------------

2. Modern travellers seem to prefer speed more than comfort.
ข้อนี้ วัดการใช้ phrasal verbs นะ คำว่า prefer ต้องใช้คู่กับ to ในรูป prefer ..... to..... อย่างข้อนี้ ที่ถูกต้องเป็น prefer speed to comfort เพราะฉะนั้น more than ก็เลยผิด คร้าบผม
------------------------------------------------------------------------------
ต่อมา วันนี้ลองทำ หมวด vocabulary กันบ้าง
ลองข้อนี้ดู
Short hair came back .......... about ten years ago. Most people had short hair.
A. into vogue
B. to market
C. for public
D. for a long time

ข้อนี้ เค้าเล่นที่ สำนวนนะ
ลองแปลชอยส์ทีละข้อนะ
ข้อ A: เป็นที่นิยม (ถ้าผู้หญิงอาจเคยเห็นนิตยสาร VOGUE แปลว่า แฟชัน)
ข้อ B: มาสู่ตลาด
ข้อ C: สู่สาธารณะ
ข้อ D: มานานแล้ว
ข้อนี้ จึงเฉลย ข้อ A นั่นเอง สำนวน into vogue (อินทู โว้ก) แปลว่า เป็นที่นิยม นั่นเองครับ
------------------------------------------------------------------


Blog EntryEnglish Today (18/8/50)Aug 18, '07 10:35 AM
for everyone

วันนี้ เริ่มด้วย error เลยนะ
1. The architect must be both a scientist and an artistic.
            A           B          C                                 D
ข้อนี้ เป็นการทดสอบความสามารถด้าน parallelism หรือ คู่ขนานกัน ดูจาก and เลยนะ วิธีดูก็ดูจากหน้า and หลัง and ต้องเป็นคำชนิดเดียวกัน เช่น นาม คู่ นาม adj. คู่ adj. เป็นต้น ดูจากข้อนี้ scientist เป็นคำนาม เพราะฉะนั้น หลัง and ต้องเป็นคำนามด้วย ข้อ D จึงผิด ต้องเปลี่ยนเป็น artist
ที่มา : อ.สงวน วงศ์สุชาติ
----------------------------------------------------------------------
2. While you finally get on the bus, it's really crowded and you have to stand.
     A                        B                        C                                 D
ข้อนี้ เป็นการทดสอบเกี่ยวกับเรื่อง connectors หรือคำเชื่อมนั่นเอง ลองอ่านดูก่อนนะ
คำว่า while เวลาใช้ ไม่น่าจะใช้กับประโยค present tense แบบนี้ไม่ใช่เหรอ while น่าจะใช้กับพวก "while I'm doing my homework, he knocks the door" ข้อนี้ ข้อ A ผิด และน่าจะเปลี่ยนเป็น when
----------------------------------------------------------------------
3. I really think you ought to put off your coat because it's very hot in here.
                                A        B                         C                         D
ข้อนี้ อ่านดูเผิน ๆ อาจรู้สึกว่าไม่มีอะไรผิด ใช่ปะ แต่จริง ๆ แล้ว ข้อนี้ก็ดูยากนิดนึง ตอนแรกเราก็ดูไม่ออกเหมือนกัน แต่ถ้าดูดีดีแล้ว ที่ คำว่า "put off" คำนี้ แปลทำนองว่า เลื่อนออกไป หรือ เอาออกไป ถ้าจะใช้กับพวกเสื้อผ้า ต้องใช้ take off นะ ข้อ B จึงผิดคร้าบ
----------------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณโจทย์ข้อ 2-3 จาก Enconcept 
มาดู situational dialogues บ้างนะ
1. John is talking to Mary when she sneezes. He asks her, "......."
1.) Are you likely to get better?          2.) Are you getting cold?
3.) Do you have a cold?                     4.) Do you want a hand?
ข้อนี้ จอห์นกำลังคุยกะแมรี่ ตอนแมรี่กำลังจาม เขาถามเธอว่า..... มาดูชอยส์กัน
ข้อ 1. บอกว่า "อาการเธอ จะดีขึ้นบ้างมั้ยเนี่ย" -กะแช่งเต็มที่
ข้อ 2. บอกว่า "เริ่มหนาวเหรอ" -อันนี้เข้าข่ายถูก
ข้อ 3. บอกว่า "เป็นหวัดรึเปล่า" -เข้าข่ายถูก
ข้อ 4. บอกว่า "ให้ช่วยมั้ย หรือ เอามือฉันไปมั้ย" -ให้ช่วยทำไร เช็ดขี้มูกเรอะ...
เหลือข้อ 2 กะ 3 เราก็ต้องมาคิดว่า โดยปกติแล้ว โจทย์ไม่ได้กำหนดว่า อยู่ในห้องเย็นหรืออะไร อีกอย่างการจามก็เป็นอาการเริ่มต้นของหวัด ข้อ 3 จึงน่าจะถูกที่สุด 
-------------------------------------------------
วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะคร้าบบบ



Blog EntryEnglish Today (16/8/50)Aug 16, '07 8:19 AM
for everyone

วันนี้เริ่มด้วย Conversation นิดนึงละกัน พอดีเราไปเจอในข้อสอบ Pre-admission ปีที่แล้ว เห็นน่าสนใจ และค่อนข้างยากนิดนึง
Woman : Taxi!
Taxi Driver : ..............?

ถามว่าต้องเติมอะไรในช่อง
1.)Where to                  2.)Come with me
3.)Which place to go     4.)Would you like to get in
ข้อนี้ ค่อนข้างยากตรงที่มันต้องเติมสำนวนแบบคนขับแทกซี่ คือต้องเข้าถึงใจคนขับแทกซี่ก่อน... มาดูกัน จากตัวเลือกจะเห็นว่า ข้อ 2.) น่าจะตัดทิ้งไปก่อน เพราะเหมือนแทกซี่จะพูดประมาณว่า "มากับผมสิ" ดูติดเรท ยังไงไม่รู้ เหมือนจะพาไปข่มขืน
ก็เหลือสามข้อ จริง ๆ สามข้อนี้ ก็น่าจะตอบได้หมดเลย จึงต้องมาเรียนรู้สำนวนนี้ "Where to?" เป็นคำพูดสั้น ๆ ถ้าแปลเป็นไทย คือ "ไปไหนครับ" นั่นเอง ซึ่งคิดถึงสภาพรถติด ๆ บนถนนนะ เวลาโบกแท็กซี่ ก็น่าจะใช้คำสั้น ๆ ไม่เยิ่นเย้อจริงมั้ย ข้อนี้ จึงตอบ "Where to?" นั่นเอง ข้อนี้อาจจะทำไม่ได้ เพราะไม่รู้สำนวนเท่านั้นเองครับ
----------------------------------------------------------------------
มาดู error ต่ออีกสองข้อนะ วันนี้
1.) I'm looking at the photograph whom you sent me with your letter.
            A            B                     C
ข้อนี้นะ ก็โอเคแหละ เค้าเช็คการใช้ pronouns ของเรา ลองอ่านดูรอบนึงก่อน
ต่อมา ก็มาดูที่คำว่า photograph มันเป็นสิ่งของใช่มั้ย แล้วคำว่า whom มันใช้สำหรับคนที่เป็นกรรมไม่ใช่เหรอ เพราะฉะนั้นข้อนี้ก็ตอบ C นั่นเอง ต้องแก้เป็น which
---------------------------------------------------------------------
2.) Foreign ministers from the six countries involved have gone to the conference last week.
                  A                                                         B            C                          D
ข้อนี้ ดูเผิน ๆ อาจจะงง ๆ ว่าผิดตรงไหนหว่า ใช่มั้ย ข้อนี้อะ เราเคยเรียนถึงข้อแตกต่างระหว่างคำว่า
have gone กับ have been
จาก enconcept เค้าบอกว่า have gone น่ะ แปลว่า ไปแล้วยังไม่กลับ คือไปแล้วไปลับ ประมาณนั้น
แต่ have been คือ เคยไป และกลับมาแล้ว
เพราะฉะนั้น ข้อนี้ คือ รัฐมนตรีต่างประเทศจากหกประเทศได้เข้าร่วมประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ข้อนี้ ที่ผิดคือ have gone เพราะรัฐมนตรีน่าจะกลับมาแล้วต้องเปลี่ยนเป็น have been
-----------------------------------------------------------------------
วันนี้ error เอามาจาก Enconcept ครับ วันนี้ error เป็นเรื่องของ grammar ล้วน อาจจะน่าเบื่อหน่อย แต่มันก็ออกสอบอะนะ เราชอบทำแบบเช็คคำศัพท์มากกว่า บางทีมันตลก ๆ ดี...


Blog EntryEnglish Today (14/8/50)Aug 14, '07 7:08 AM
for everyone

มาดู error กันต่อนะ
1. I have been lived in the same town all my life and I do not want to move to another one.
         A                                            B                                           C                      D

มาดูข้อนี้กันนะ อ่านไปเลยจะรู้ว่า ข้อนี้คนแต่ง หลายใจแน่ ๆ แบบไม่ต้องคิดมาก จากที่เคยเรียนเรื่อง tense พอคุ้น ๆ มานะ have been ต้องต่อด้วย V.ing ม่ายช่ายเหรอ... แล้วถ้าไม่มี been ก็ต้องเป็น I have lived ถูกปะ เพราะฉะนั้นข้อนี้ มันผิดที่ "ความหลายใจของคนออกข้อสอบ" นั่นเอง
เฉลย ข้อ A
ปล.ทำให้ไม่แดงเด่นขึ้นมาแล้วล่ะ เดี๋ยวเห็นคำตอบตั้งแต่แรก...
ที่มา : Enconcept
-----------------------------------------------------------------------------------
2. Do you know the name of the person who speaks at this moment because I don't 
     A                                                            B                                 C
remember is name?
   D
ข้อนี้ เป็น grammar นิดนึง แต่ก็ไม่ยากนะ จริง ๆ เพราะ ข้อนี้ ต้องดูที่ adverb of time หรือ คำบอกเวลานั่นเอง ลองอ่านดูก่อน จะเห็นคำว่า "at this moment" ซึ่งบอกให้รู้ว่ากำลังเกิดขึ้นขณะที่พูด ดังนั้น คำว่า speaks จึงต้องเปลี่ยนเป็น speaking นะคับผม
ตอบ ข้อ B
ที่มา : Enconcept
-----------------------------------------------------------------------------------

พักจาก error บ้างนะ มาดูกันที่ Situational Dialogues กั